“เคารพดินเป็นพ่อ เคารพน้ำเป็นแม่ ดูแลพืชเหมือนลูก”
ปรัชญาหลักที่ขับเคลื่อน ทุกกระบวนการของ PRM

ผู้ก่อตั้งนวัตกรรม การฟื้นฟูดินด้วยศาสตร์ PRM ศาสตร์ = ความรู้ P = อาจารย์ประวัติ ตันบุญเอก R = อาจารย์รัชยุทธ วรรณศิริบุญ M = Model = รูปแบบ
ประวัติความเป็นมาของ PRM
บทความล่าสุด
โอกาสเมื่อมาแล้วให้รีบตักตวง
ในการทำเกษตรและการขับเคลื่อนเครือข่าย สิ่งสำคัญที่พวกเรายึดถือเสมอคือการสอนใจสมาชิกให้มองเห็นและคว้าโอกาสในทุกสถานการณ์ ดังคำที่ว่า “โอกาสเมื่อมาแล้วให้รีบตักตวง” และ “เมื่อมองเห็นเงินแล้ว ต้องหยิบเก็บให้เป็น” เมื่อวันก่อน อ.ตรี รัชยุทธ ได้ลงพื้นที่ไปติดตามผลกระทบจากมรสุมและกระแสน้ำที่เอ่อลุ่ม เพื่อประเมินสถานการณ์ในแปลงที่จะทำสวนสาธิตของ น้องตัง และ วาวา จากระดับน้ำที่เห็น ชัดเจนว่าในแปลงนี้จำเป็นต้องมีการจัดการโครงสร้างพื้นฐานเสียก่อน ทั้งการทำคันล้อมและบ่อสูบน้ำให้เรียบร้อยเสียก่อนที่จะเริ่มปลูกไม้หลัก การวางระบบป้องกันตั้งแต่ต้นเช่นนี้ จะช่วยให้เราไม่ต้องมาตามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในภายหลัง จากภาพถ่ายบริเวณรั้วลวดหนาม จะเห็นเศษสวะและกิ่งไม้ที่ถูกกระแสน้ำพัดมาค้างอยู่ ซึ่งนี่คือ “คำตอบ” ที่ได้จากประสบการณ์และการทำงานผ่านการอ่านสภาพแวดล้อมจริง ทำให้เราเข้าใจพลวัตของน้ำในพื้นที่ และนำข้อมูลนี้มาออกแบบการป้องกันแปลงเกษตรได้อย่างถูกต้อง เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส: สนับสนุนภูมิปัญญาชุมชน สู่การอนุบาลกล้าไม้ PRM ขากลับจากการลงพื้นที่ ได้ขับรถผ่านชุมชนและพบกับ ยายลี อายุ 86 ปี กำลังนั่งสานตะกร้าไม้ไผ่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบเดียวกับที่เรากำลังต้องการใช้พอดี ด้วยสายตาที่มองเห็นโจทย์และโอกาสตามหลักการที่เคยสอนสมาชิกเรื่องการคว้าโอกาสและการสร้างรายได้ เราจึงตัดสินใจสั่งซื้อตะกร้าไม้ไผ่จากยายลีทันทีจำนวน 300 ใบ เพื่อนำมาใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับ อนุบาลกล้าไม้ก่อนปลูกจริงลงแปลง วิธีการนี้จะช่วยลดความเสียหายของราก ควบคุมคุณภาพ และทำให้ต้นกล้าที่ปลูกเติบโตสม่ำเสมอพร้อมกันทั้งแปลงตามแนวทางของศาสตร์ PRM ในขณะเดียวกัน การสั่งซื้อครั้งนี้ยังเป็นการช่วยเหลือคุณยายลีที่กำลังประสบปัญหาเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย พร้อมกับช่วยเติมเต็มสินค้าในสต๊อกของร้านค้าระบบปิดของเครือข่ายไปพร้อมกันในคราวเดียว การทำงานในวิถี PRM Thailand ไม่ใช่แค่การเรียนรู้เรื่องดิน น้ำ หรือพืชพรรณเท่านั้น แต่คือการเรียนรู้ที่จะอ่านธรรมชาติ รู้จักวางแผนป้องกันปัญหาล่วงหน้า และที่สำคัญคือการเชื่อมโยงความช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในชุมชน เปลี่ยนทุกโอกาสรอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อแปลงเกษตรและเพื่อนมนุษย์ อ.ตรี รัชยุทธ
สวนทุเรียน 5 ไร่ อ.อาคม จ.ตราด พลิกฟื้นดินด้วยพืชร่วมร่มทองหลางน้ำก้านแดงและเศษไม้ บำรุงต้นตามวิถี PRM
พาชมความก้าวหน้าแปลงทุเรียนอายุ 2 ปี 2 เดือน ของ อ.อาคม จ.ตราด กับการประยุกต์ใช้พืชร่วมร่มทองหลางน้ำก้านแดงและเศษไม้วัดไผ่ล้อม ห่ม บ่ม ฟื้นดินตามหลัก PRM เพื่อสร้างดินดีและพืชที่แข็งแรง ในแนวทางการทำเกษตรฟื้นฟูตามหลักของ PRM เรายึดมั่นเสมอว่า “ดินคือพ่อ น้ำคือแม่ พืชคือลูก” การดูแลพืชผลทางเศรษฐกิจอย่าง “ทุเรียน” ให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน จึงไม่ใช่แค่การมุ่งเน้นใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างระบบนิเวศและโครงสร้างดินให้สมบูรณ์จากภายใน วันนี้เราพาทุกท่านลงใต้ไปดูความสำเร็จและตัวอย่างการจัดการแปลงจริงจากเครือข่ายของเราที่ จังหวัดตราด โดย อ.อาคม เจ้าของสวนทุเรียนพื้นที่ 5 ไร่ ที่ได้น้อมนำแนวทางศาสตร์ PRM มาปรับใช้จนสวนเติบโตอย่างงดงาม พัฒนาการสวนทุเรียน 2 ปี 2 เดือน กับการดูแลอย่างเข้าใจ สวนทุเรียนของ อ.อาคม (ปลูกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ปัจจุบันเข้าสู่ช่วงอายุ 2 ปี 2 เดือนเต็ม) มีการบริหารจัดการธาตุอาหารและโคนต้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใส่ปุ๋ยสูตร 3 (25-7-7) ในปริมาณที่เหมาะสมใต้ทรงพุ่ม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอินทรียวัตถุเพื่อคืนชีวิตให้ดิน นวัตกรรม “ห่ม บ่ม […]
จากขยะเปลือกไข่สู่หัวเชื้อจุลินทรีย์ลดปุ๋ยเคมี วิถีพึ่งตนเองที่เข้าถึงได้จริง
ในเส้นทางการเผยแพร่ความรู้ของคนเป็นครู สิ่งที่หนักหนาที่สุดไม่ใช่การลงมือทำ แต่คือการทำให้สมาชิก “เชื่อมั่นและเห็นคุณค่า” เพราะทุกคนต่างมีประสบการณ์และมุมมองเป็นของตนเอง ทว่าเจตนาในการเรียนรู้และความเข้าใจที่แท้จริงนั้นแตกต่างกัน วันนี้ อ.ตรี รัชยุทธ ได้เปิดเผยเบื้องหลังการทำงานใน “แล็บเล็กๆ” ผ่านการทดลองที่หยิบเอาวัสดุใกล้ตัวและปัญหาจริงรอบตัวมาคลี่คลาย เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเกษตรกรไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งต้นทุนที่สูง หลายคนอาจจำคำถามที่ อ.เป็ด เคยถามไว้ได้ว่า “ถ้ามีแหล่งเปลือกไข่ปริมาณมหาศาลในแต่ละวัน มันจะมีประโยชน์อะไรไหม?” ในเวลานั้นคำตอบคือ “มี แต่อย่าพึ่งทำ” เพราะงานวิจัยแต่ละเรื่องของ PRM ต้องเดินหน้าให้สุดทีละขั้นตอน จนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อปัญหาขยะในบ้าน สภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ต้นทุนการผลิตทางการเกษตรที่สูงบานปลาย และผลผลิตที่ด้อยคุณภาพกลายเป็นวิกฤต ประกอบกับงานวิจัยก่อนหน้าเสร็จลุล่วง จุลินทรีย์กลุ่มนี้จึงถูกนำมาเพาะบ่มเพื่อใช้งานจริง: ศาสตร์ PRM ไม่ใช่ศาสตร์ที่มุ่งอวดภูมิความรู้ หรือเก่งกาจด้วยใบปริญญาบัตร หากแต่เป็นการให้ความรู้ที่สอดประสาน เข้าใจง่าย และปฏิบัติได้จริง การคิดค้นออกแบบของ อ.ตรี ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการย้อนรอยประวัติศาสตร์การปฏิวัติวงการเห็ดในอดีต เมื่อครั้งที่ อาจารย์อานนท์ เคยพาพี่น้องเกษตรกรไทยลุกขึ้นมาใช้ “หมอนึ่งลูกทุ่ง” แทนหม้อนึ่งความดันราคาแพง ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องเช่นนี้ นำมาซึ่งการขัดเกลาและประยุกต์ใช้กับเรื่องใหม่ๆ เพราะพวกเราคือคนทำงานจริง ไม่ใช่นักวิชาการในหอคอยงาช้าง แคลเซียมไอออน ธาตุอาหารสำคัญของพืช แคลเซียม เป็นธาตุอาหารสำคัญของพืช อีกทั้งเป็นธาตุที่เคลื่อนย้ายยากเมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ การใช้จุลินทรีย์แตกตัวธาตุอาหารดังกล่าวเป็นไอออน แล้วใช้โซลูชั่นนำพาเข้าสู่กระบวนการภายในอีกที แคลเซียมดังกล่าวถึงจะเหมือนกับถูกส่งมาจากราก สามารถเข้าถึงทุกส่วนที่พืชต้องการใช้ ศาสตร์ที่ PRM […]
ทำไมต้องวิจัยฟื้นฟูดิน PRM?
คำตอบที่แท้จริงนั้นซ่อนอยู่เบื้องลึกของปัญหาภาคเกษตรกรรมไทย ที่นับวันยิ่งเดินออกนอกเส้นทางธรรมชาติและพึ่งพิงทุนภายนอกจนเกษตรกรแทบไม่เหลือทางรอด การค้นคว้าและทดลองเรื่อง “การทำดินให้มีชีวิต” คือหัวใจสำคัญที่จะพาเกษตรกรหลุดพ้นจากวังวนหนี้สิน เมื่อดินเสื่อมโทรม สิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การวิ่งไปซื้อปุ๋ยเคมีราคาแพงมาโถมใส่ แต่คือการใช้จุลินทรีย์เข้ามาช่วยสร้างและฟื้นฟูโครงสร้างดิน คอยสังเกตความขาดเกินของธาตุอาหาร แล้วใช้สารเคมีหรือแร่ธาตุเสริมเพียงเล็กน้อยเข้ามาเติมเต็มอย่างพอดี แนวทางการออกแบบวัสดุฟื้นฟูดินและการจัดการตามหลัก PRM ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เกษตรกรไม่ต้องไปยึดติดกับตัวเลขทางวิชาการที่ซับซ้อนเกินจริง เพราะในความเป็นจริง เกษตรกรรายย่อยระดับครัวเรือนไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะซื้อเครื่องจักรราคาแพงหรืออุปกรณ์วัดค่าที่ซับซ้อนมาใช้งานได้ ระบบวิชาการกระแสหลัก สอนให้วัดดิน แต่ไม่บอกทางออกที่ยั่งยืน ทุกวันนี้ เกษตรกรจำนวนมากได้รับคำแนะนำจากตำราหรือนักวิชาการที่รับหลักการจากบริษัทปุ๋ยและสารเคมีมาสอนแก้ปัญหาแบบผิดๆ สั่งให้นำดินไปวัดค่า แล้วบอกให้ปรับปรุงดิน—แต่คำถามคือ “ปรับอย่างไร? ปรับแล้วต้องทำอย่างไรต่อ? และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเท่าไหร่?” คำถามเหล่านี้มักไร้ซึ่งคำตอบที่ยั่งยืน การส่งเสริมที่ขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ทำให้สภาพนิเวศในแปลงเกษตรเสียหายอย่างหนัก แท้ที่จริงแล้ว ธรรมชาติมีความสามารถในการบำบัดตัวเอง หากต้องการเร่งกระบวนการก็ต้องอาศัยหลักวิชาการที่ถูกต้องมาหนุนเสริม ไม่ใช่หลักการที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ของกลุ่มทุนจนทำให้แนวทางการเกษตรบิดเบี้ยวไปเรื่อยๆ ผลผลิตที่ไร้จิตวิญญาณ กับผลกระทบต่อสุขอนามัยผู้บริโภค เมื่อระบบการผลิตถูกขับเคลื่อนด้วยการประคับประคองให้มีผลผลิตออกมาจำหน่ายโดยไม่ใส่ใจโครงสร้างดิน ผลลัพธ์ที่ได้จึงกลายเป็นผลผลิตที่ด้อยคุณภาพ ปลายทางไม่ได้มองถึงสุขภาพและสุขอนามัยของผู้บริโภคที่ต้องรับประทานอาหารเหล่านั้นเข้าไปทุกวัน การทวนกระแสกลับมาฟื้นฟูดิน สร้างระบบนิเวศที่ดี จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเกษตรกร แต่คือเรื่องสุขภาวะของคนในสังคมส่วนรวม จากหยาดเหงื่อและเวลาว่าง สู่การแก้ปัญหาเพื่อเครือข่ายเกษตรกร การพัฒนาหลักการและวิธีการเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยสมาธิ ความเสียสละ และความตั้งใจจริงโดยไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตัว อ.ตรี รัชยุทธ ได้ใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ ทุ่มเทค้นคว้าวิจัย ทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายๆ แบบ จนตกเป็น “ทฤษฎีการแก้ปัญหา” ที่เข้าใจง่าย เข้าถึงได้จริง เพื่อนำมาถ่ายทอดให้พี่น้องสมาชิกในเครือข่ายได้นำไปทดลองใช้และพึ่งพาตนเองได้ […]
ไอเดียแต่งสวนด้วยกาบมะพร้าว รักษากลุ่มความชุ่มชื้น
ไอเดียการจัดขอบแปลงและแต่งสวนด้วยกาบมะพร้าวรอบต้นไม้ ช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นในดิน ลดการระเหยของน้ำ และช่วยรักษาหน้าดินตามแนวทางเกษตรฟื้นฟู PRM ในงานเกษตรและการดูแลสวน สิ่งสำคัญอันดับแรกที่เราตระหนักเสมอตามหลักของ PRM คือ “ดินคือพ่อ น้ำคือแม่ พืชคือลูก” การดูแลสวนจึงไม่ใช่แค่การวิ่งหาปุ๋ยเคมีราคาแพงมาใส่ แต่เป็นการสร้างสมดุลและรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในดินให้คงอยู่ยาวนานที่สุด วันนี้เรามีไอเดีย จากเครือข่ายของเราที่ “สวนรองชา” ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา กับการนำวัสดุเหลือใช้ใกล้ตัวอย่าง “กาบมะพร้าว” มาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ทั้งสวยงามและตอบโจทย์หัวใจสำคัญของการเกษตรฟื้นฟู การนำกาบมะพร้าวมาเรียงร้อยต่อกันเป็นแนวขอบแปลงรอบโคนต้นไม้และพืชสวน ไม่เพียงแต่ช่วยกั้นอาณาเขตระหว่างแปลงปลูกกับทางเดินให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดตาเท่านั้น แต่ยังให้ความรู้สึกกลมกลืนเป็นธรรมชาติ เข้ากับวิถีเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง เก็บกักความชุ่มชื้น ลดการระเหยของน้ำในดิน ประเทศไทยมีช่วงที่แดดจัดและอากาศร้อน ซึ่งทำให้ผิวดินแห้งกรังและสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว การใช้กาบมะพร้าวคลุมและทำเป็นขอบแปลงจะช่วยทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันความร้อนไม่ให้สัมผัสดินโดยตรง ช่วยรักษาความชื้นในดินให้อยู่ได้นานขึ้น รากพืชจึงหาอาหารและดูดซึมน้ำได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง ลดภาระการเติมวัสดุฟื้นฟูดินบ่อยๆ ตามหลักการของ อ.ตรี รัชยุทธ และเครือข่าย PRM เมื่อเราดูแลโครงสร้างดินให้ดี จุลินทรีย์และอินทรียวัตถุจะทำงานร่วมกันอย่างสมดุล การใช้กาบมะพร้าวนอกจากจะช่วยป้องกันหน้าดินถูกชะล้างจากฝนแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป กาบมะพร้าวยังค่อยๆ ย่อยสลายกลายเป็นอินทรียวัตถุกลับคืนสู่ดิน เป็นการเติมอาหารให้ดินอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องคอยเติมวัสดุปรับปรุงดินอยู่บ่อยๆ ช่วยลดทั้งต้นทุนและแรงงานในระยะยาว การทำเกษตรให้อยู่รอดและยั่งยืน ไม่จำเป็นต้องลงทุนด้วยสิ่งของราคาแพงเสมอไป หากเรามองเห็นคุณค่าของวัสดุรอบตัว นำภูมิปัญญามาผสมผสานกับความเข้าใจในเรื่องดินและน้ำ ก็สามารถเนรมิตสวนที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์ และพึ่งพาตนเองได้ตามวิถี PRM Thailand ขอบคุณเรื่องราวและภาพบรรยากาศดีๆ จากสมาชิกเครือข่ายสวนรองชา ที่หาดใหญ่ บันทึกเรื่องราวโดย ชาวสวน […]
ผักกูดอวบๆ จากปกป้องฟาร์มที่ห้วยแร้ง (PRM จังหวัดตราด)
ถ้าพูดถึง “ผักกูด” หลายคนคงนึกถึงผักป่าตามริมลำธารที่เติบโตได้ดีในธรรมชาติที่ร่มรื่น ชื้นแฉะ และปราศจากมลพิษ ผักกูดจึงเปรียบเสมือน “เครื่องบอกว่าระบบนิเวศนี้ดี” ตามธรรมชาติ เพราะหากมีสารเคมีหรือสารพิษปนเปื้อนในดินและแหล่งน้ำ ยอดผักกูดจะไม่แตกใบ หรือเติบโตแคระแกร็นทันที ภาพความสดชื่นชุดนี้ส่งตรงมาจาก “ปกป้องฟาร์ม” ของพี่ปุ้ย หนึ่งในเครือข่าย PRM ที่เป็นต้นแบบ อยู่ที่ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมือง จังหวัดตราด ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อเราเคารพธรรมชาติ ดินและพืชจะตอบแทนเรากลับมาอย่างงดงามเสมอ ภาพยอดผักกูดที่กำลังแตกยอดม้วนขดอวบอิ่มสมบูรณ์อยู่บนต้น จากปกป้องฟาร์ม หัวใจของผักกูดยอดอวบ ตามปรัชญาหัวใจสำคัญของ PRM ที่ อ.ตรี (รัชยุทธ วรรณศิริบุญ) กล่าวย้ำเสมอว่า “เคารพดินเป็นพ่อ เคารพน้ำเป็นแม่ ดูแลพืชเหมือนลูก” การทำเกษตรไม่ได้เริ่มต้นที่การวิ่งหาปุ๋ยเคมีหรือฮอร์โมนเร่งยอดมาฉีดพ่น แต่คือการ “ปรุงและฟื้นฟูดิน” ให้กลับมามีชีวิต มีจุลินทรีย์ และมีโครงสร้างหน้าดินโปร่งร่วนซุย ในแปลงของปกป้องฟาร์ม การจัดการพืชร่วมร่มและการรักษาหน้าดินให้มีความชื้นสม่ำเสมอ เลียนแบบระบบนิเวศป่าตามธรรมชาติ ทำให้ระบบรากของผักกูดหากินได้ลึกและกว้าง ดึงธาตุอาหารจากธรรมชาติมาสร้างลำต้นและก้านใบได้อย่างเต็มศักยภาพ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นยอดผักกูดที่อวบใหญ่ สีเขียวสดใส กรอบ และไม่มีรสขมเฝื่อน ปลอดภัยทั้งคนปลูกและคนกิน ภาพพี่ปุ้ยนั่งคัดยอดผักกูดทีละกำมือบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน ทำให้เห็นภาพวิถีชีวิตเกษตรกรที่มีความสุขและไม่ต้องกังวลเพราะไม่ต้องเสี่ยงสัมผัสสารเคมีกำจัดวัชพืช ยิ่งให้ธรรมชาติ ธรรมชาติยิ่งให้คืน ความสำเร็จของแปลงผักกูดที่ปกป้องฟาร์ม ห้วยแร้ง จังหวัดตราด ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณสารเคมีที่ใช้ แต่วัดที่ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศรอบแปลง การหันกลับมาดูแลหน้าดิน คลุมดินรักษาความชื้น […]
