จากขยะเปลือกไข่สู่หัวเชื้อจุลินทรีย์ลดปุ๋ยเคมี วิถีพึ่งตนเองที่เข้าถึงได้จริง

ในเส้นทางการเผยแพร่ความรู้ของคนเป็นครู สิ่งที่หนักหนาที่สุดไม่ใช่การลงมือทำ แต่คือการทำให้สมาชิก “เชื่อมั่นและเห็นคุณค่า” เพราะทุกคนต่างมีประสบการณ์และมุมมองเป็นของตนเอง ทว่าเจตนาในการเรียนรู้และความเข้าใจที่แท้จริงนั้นแตกต่างกัน

วันนี้ อ.ตรี รัชยุทธ ได้เปิดเผยเบื้องหลังการทำงานใน “แล็บเล็กๆ” ผ่านการทดลองที่หยิบเอาวัสดุใกล้ตัวและปัญหาจริงรอบตัวมาคลี่คลาย เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเกษตรกรไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งต้นทุนที่สูง

ขวดแก้วบรรจุจุลินทรีย์จากเปลือกไข่ และกะละมังเพาะเชื้อจุลินทรีย์เร่งการเจริญเติบโต

หลายคนอาจจำคำถามที่ อ.เป็ด เคยถามไว้ได้ว่า “ถ้ามีแหล่งเปลือกไข่ปริมาณมหาศาลในแต่ละวัน มันจะมีประโยชน์อะไรไหม?” ในเวลานั้นคำตอบคือ “มี แต่อย่าพึ่งทำ” เพราะงานวิจัยแต่ละเรื่องของ PRM ต้องเดินหน้าให้สุดทีละขั้นตอน

จนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อปัญหาขยะในบ้าน สภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ต้นทุนการผลิตทางการเกษตรที่สูงบานปลาย และผลผลิตที่ด้อยคุณภาพกลายเป็นวิกฤต ประกอบกับงานวิจัยก่อนหน้าเสร็จลุล่วง จุลินทรีย์กลุ่มนี้จึงถูกนำมาเพาะบ่มเพื่อใช้งานจริง:

  • ขวดเล็ก (ขยะจากเปลือกไข่): แปลงร่างขยะไข่ปริมาณมหาศาลให้กลายเป็นแหล่งแร่ธาตุและชีวภัณฑ์สำคัญตามแนวคิดการใช้ประโยชน์จากสิ่งรอบตัว
  • ในกะละมัง (กลุ่มเชื้อจุลินทรีย์สร้างฮอร์โมน): กลุ่มเชื้อที่ทำหน้าที่เร่งการเจริญเติบโต ทั้งส่วนยอดและราก เมื่อเสริมด้วยธาตุอาหารหลักอย่าง N-P-K ตามความเหมาะสม เราจะได้พืชผักที่สมบูรณ์แข็งแรงโดยไม่ต้องพึ่งปุ๋ยเคมีราคาแพง

ศาสตร์ PRM ไม่ใช่ศาสตร์ที่มุ่งอวดภูมิความรู้ หรือเก่งกาจด้วยใบปริญญาบัตร หากแต่เป็นการให้ความรู้ที่สอดประสาน เข้าใจง่าย และปฏิบัติได้จริง

การคิดค้นออกแบบของ อ.ตรี ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการย้อนรอยประวัติศาสตร์การปฏิวัติวงการเห็ดในอดีต เมื่อครั้งที่ อาจารย์อานนท์ เคยพาพี่น้องเกษตรกรไทยลุกขึ้นมาใช้ “หมอนึ่งลูกทุ่ง” แทนหม้อนึ่งความดันราคาแพง ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องเช่นนี้ นำมาซึ่งการขัดเกลาและประยุกต์ใช้กับเรื่องใหม่ๆ เพราะพวกเราคือคนทำงานจริง ไม่ใช่นักวิชาการในหอคอยงาช้าง

แคลเซียมไอออน ธาตุอาหารสำคัญของพืช

แคลเซียม เป็นธาตุอาหารสำคัญของพืช อีกทั้งเป็นธาตุที่เคลื่อนย้ายยากเมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ การใช้จุลินทรีย์แตกตัวธาตุอาหารดังกล่าวเป็นไอออน แล้วใช้โซลูชั่นนำพาเข้าสู่กระบวนการภายในอีกที แคลเซียมดังกล่าวถึงจะเหมือนกับถูกส่งมาจากราก สามารถเข้าถึงทุกส่วนที่พืชต้องการใช้ ศาสตร์ที่ PRM นำสู่เกษตรกรที่ต้องการประหยัดและเดินในแนวทางที่ถูกต้อง

ในรูป ให้ค่อยๆ สังเกตการทำงานของจุลินทรีย์ที่ค่อยๆ แตกตัวแคลเซียมคาร์บอเนต เป็นแคลเซียมไอออนในรูปสารละลาย และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ระเหยออกมา

จากที่มีสมาชิกสอบถามเข้ามาว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้คือ “น้ำส้มสายชู” ใช่หรือไม่? อ.ตรี ได้อธิบายไขข้อข้องใจไว้อย่างชัดเจนว่า แท้จริงแล้วผลลัพธ์ดังกล่าวคือ “เอนไซม์” แม้ว่ากระบวนการหมักนี้จะมีส่วนที่ให้ผลผลิตเป็นน้ำส้มสายชูที่เราคุ้นเคยในการประกอบอาหาร แต่ในเชิงการทำงานของจุลินทรีย์นั้นมีขั้นตอนที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก

กระบวนการคัดเลือกและคัดแยกเชื้อ: เมื่อได้ชนิดของจุลินทรีย์ที่ต้องการจากการทดลองเบื้องต้น เราจะต้องนำไปคัดแยกและทดลองใน “เพลทอาหาร” (Petri dish) เพื่อตรวจสอบความสะอาดของเชื้อ ทดสอบปฏิกิริยากับสภาพแวดล้อม ดูผลกระทบต่อพืช ตลอดจนตรวจสอบว่าเชื้อตัวนี้สามารถอยู่ร่วมและทำงานสนับสนุนจุลินทรีย์ในธรรมชาติ หรือสนับสนุนชุดจุลินทรีย์ที่เราต้องการส่งเสริมได้หรือไม่

ในช่วงเวลาที่เอื้ออำนวย อ.ตรี จะค่อยๆ ส่งมอบคำตอบและผลลัพธ์จากแล็บสนามให้พี่น้องเครือข่ายได้เห็นเป็นประจักษ์ว่า การลดปุ๋ยเคมี การแก้ปัญหาดินเสื่อม และการคืนชีวิตให้ระบบนิเวศนั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเกินเอื้อม หากเรามีความตั้งใจและเดินตามครลองแห่งธรรมชาติอย่างแท้จริง

ขอบคุณองค์ความรู้และบันทึกจากแปลงทดลองโดย อ.ตรี รัชยุทธ