คุณพ่อประวัติ ตันบุญเอก เป็นบุตรคนโตของนายขาฮุ้ง และนางบุญมา ตันบุญเอก ครอบครัวคนจีนที่อพยพมาอยู่ ณ ประเทศไทย เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2485 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งคุณพ่อมีน้องชาย 1 คน คือนายประมวล ตันบุญเอก ซึ่งปัจจุบันนี้อาศัยอยู่ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ในสมัยเด็กคุณพ่อได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนซินเจี้ยนฮั้ว จังหวัดพระนคร จนจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และได้สมัครสอบเทียบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 จนเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้สำเร็จได้รับปริญญากสิกรรมและสัตวบาลบัณฑิต จากนั้นคุณพ่อได้รับทุนจาก FAO ไปศึกษาต่อ ณ The Ohio State University และได้รับวุฒิ Master of Science พร้อมทั้งได้รับรางวัลวิจัยดีเด่นเหรีญ IN SERVICE TO OHIO CITIZENS ปี 1982 ด้วย และท่านยังได้เข้ารับทุนการศึกษาและการอบรมมากมายเช่น ได้รับทุนจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์เข้าอบรมโครงการ South East Asia Post graduate Nematology Course โดย The Indian Agriculture Res. Inst. และ ได้รับทุนจาก FAO เข้ารับการอบรม Certificate in Aflatoxin in Oil and other Food Productsโดย FAO International Food Technology รวมทั้งยังได้รับการอบรม การบริหารงานระดับผู้บังคับบัญชา รุ่นที่ 20 และ นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับสูง รุ่นที่ 15 ซึ่งจัดโดยกรมวิชาการเกษตรอีกด้วย
ซึ่งคุณพ่อนั้นเล่าให้ฟังว่าจริงๆแล้วคุณพ่อได้รับทุนการศึกษาถึงระดับปริญญาเอก แต่เมื่อปีสุดท้ายของการศึกษาระดับปริญญาโทที่คุณพ่อได้รับรางวัลวิจัยดีเด่นนั้นคุณพ่อได้ถาม Professor ที่ดูแลว่า “ Professor ครับ ผมลงเรียนวิชาเกือบครบทุกตัวเท่าที่ลงเรียนได้แล้ว ขอถามจริงๆว่าความรู้ของผมตอนนี้กับความรู้ที่ได้จากการเรียนด็อกเตอร์ต่อมันมีอะไรต่างกันไหม” Professor ก็ตอบว่า “ก็ไม่ได้มีอะไรต่างกันมากหรอก แต่อยากให้อยู่ช่วยทำงานวิจัยดีๆขึ้นมาอีก” คุณพ่อผมก็คิดว่า แล้วทำไมเราต้องไปสร้างงานวิจัยให้ต่างประเทศด้วย เราควรจะมาสร้างงานวิจัยให้แก่ประเทศของเรามากกว่า ดังนั้นคุณพ่อจึงตัดสินใจบินกลับมาที่ประเทศไทยในวันรุ่งขึ้นเลย
\ซึ่งสำหรับการทำงานนั้นคุณพ่อได้เข้ารับราชการตั้งแต่ก่อนไปศึกษาต่อ ณ The Ohio State University แล้วโดย คุณพ่อนั้นเริ่มเข้ารับราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตำแหน่งนักเกษตรตรี แผนกอบรม กองวิทยาการ กรมการข้าว ในปี พ.ศ. 2545 ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นนักเกษตรโท แผนกเก็บและรักษาตัว กองวิทยาการ กรมการข้าว ปีพ.ศ. 2514 จากนั้นได้ย้ายมาประจำสาขาโรคผลิตผลเกษตร กองวิจัยโรคพืช ในปี 2516 และได้เลื่อนตำแหน่งมาเรื่อยจนกระทั่งได้รับตำแหน่ง นักวิชาการโรคพืช 8 กลุ่มงานวิจัยโรคพืชผลิตผลเกษตร กองโรคพืชและจุลชีววิทยาในปี 2544 หลังจากเกษียณอายุราชการคุณพ่อก็ยังทำงานอุทิศตนเพื่อราชการโดยรับตำแหน่งอื่นๆอีกมากมายเช่น
2544-2550 ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางอาหาร (GMP/HACCP) ของ FAO
2549-2551 อุปนายกสมาคมนักโรคพืชแห่งประเทศไทย
2547-2554 อาจารย์พิเศษ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเป็นกรรมการพิจารณาปรับระดับนักวิชาการ
2549-2554 ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเป็นกรรมการพิจารณาปรับระดับนักวิชาการเป็นประธาน-กรรมการพิจารณาโครงการวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวของศูนย์นวตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2554 เป็นกรรมการปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท และปริญญาเอก ของ ศูนย์นวตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2552 ถึงปัจจุบันเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ให้คำปรึกษาของบริษัท ห้องปฎิบัติการกลาง (มหาชน) จำกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และหลังเกษียณอายุราชการคุณพ่อได้ตั้งบริษัท อินเทล อะกรี จำกัด ขึ้น เพื่อผลิตและจำหน่ายสารเสริมคุณภาพปุ๋ยโดยใช้เทคโนโลยีที่คุณพ่อได้วิจัยและพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเพราะเกษตรกรในบ้านเรานั้นค่อนข้างลำบากด้วยโรค ด้วยแมลง ด้วยสภาพภูมิประเทศภูมิอากาศต่างๆ ทำให้ได้ผลผลิตน้อย คุณพ่อจึงพัฒนาตัวนี้ขึ้นเพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรนั้นสามารถสร้างผลผลิตมากขึ้นได้ และทำให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งคุณพ่อจะบอกอยู่เสมอว่าไปโลภอย่าเอาเปรียบเกษตรกรเขา เพราะปกติเขาก็ลำบากอยู่แล้ว รวมถึงคุณพ่อจะออกไปลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอยู่เสมอๆ ทำให้คุณพ่อมีผู้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์อยู่มากมายและด้วยความตั้งใจจะช่วยเหลือของคุณพ่อนั้นทำให้คุณพ่อเป็นที่เคารพนับถือจากทุกๆคนปัจจุบันนี้คุณพ่อส่งต่องานของบริษัทให้แก่บุตรชายคนเล็กดูแลเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของคุณพ่อต่อไป
สำหรับชีวิตครอบครัวพ่อได้สมรสกับนางนรี ตันบุญเอก ในปี พ.ศ. 2516 และมีบุตรชาย 2 คนคือ นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก (เดิมชื่อ ธเนศ ตันบุญเอก) และนายนเรศ ตันบุญเอก
ซึ่งในชีวิตที่ผ่านมาของคุณพ่อนั้นคุณพ่อชอบที่จะคอยช่วยเหลือผู้อื่นรวมถึงคอยสอนและให้ความรู้ต่างๆแก่ผู้อื่น เมื่อเห็นใครลำบากหรือได้รับความเดือดร้อน คุณพ่อจะเข้าไปช่วยเหลือเขาเท่าที่จะช่วยเหลือได้ ทำให้คุณพ่อมีลูกศิษย์และผู้นับถือมากมาย อีกทั้งคุณพ่อยังเป็นคนที่ไม่ถือตัว มีนิสัยทำอะไรให้ง่ายและเร็วแต่ต้องละเอียด คิดให้รอบคอบทำให้งานต่างๆของคุณนั้นสำเร็จลงด้วยดี
คุณพ่อหรืออาจารย์ประวัติ ที่ทุกคนเคารพนั้นได้จากไปอย่างสงบที่ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2554 เวลา 00.05 น. ด้วยโรคมะเร็งตับ และอาการตับแข็งซึ่งเกิดมาจากโรคไวรัสตับอักเสบ บี คุณพ่อเป็นโรคนี้มาประมาณ 3 ปี ระหว่างนี้มีอาการต่างๆ แทรกซ้อนอยู่เป็นระยะๆ จนสุดท้ายได้มีเลือดออกที่ตับและมาช็อคเป็นลมที่บ้าน ครอบครัวเลยรีบพาส่งโรงพยาบาล แต่หลังจากนั้นก็ตรวจพบว่ามะเร็งเริ่มแพร่ไปที่อื่นแล้ว จากนั้นคุณพ่อก็อาการเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ จึงหยุดงานต่างๆไว้และกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนคุณพ่อก็จากพวกเราไป รวมสิริอายุได้ 69 ปี 6 เดือน 11 วัน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่คุณพ่อได้รับมีดังนี้
จัตุรภาภรณ์มงกุฏไทย วันที่ 5 ธันวาคม 2517
จัตุรภาภรณ์ช้างเผือก วันที่ 5 ธันวาคม 2519
ตริตาภรณ์มงกุฏไทย วันที่ 5 ธันวาคม 2521
ตริตาภรณ์ช้างเผือก วันที่ 5 ธันวาคม 2524
ทวิติยาภรณ์มงกุฏไทย วันที่ 5 ธันวาคม 2529
ทวิติยาภรณ์ช้างเผือก วันที่ 5 ธันวาคม 2533
เหรียญจักรพรรดิมาลา วันที่ 5 ธันวาคม 2536
จากครอบครัว ถึง คุณพ่อประวัติ ตันบุญเอก
“แม่ขอบคุณพ่อที่ดูแลแม่อย่างดีตลอดมา ตั้งแต่อยู่ด้วยกัน แม่จะระลึกถึงความดีของพ่อที่ดูแลเอาใจใส่แม่มาตลอด แม่จะไม่ลืมพ่อ แม่จะระลึกถึงพ่อตลอดไป ขอให้พ่อไปอย่างสบายไม่ต้องห่วงอะไร รักเสมอ จากแม่”
คุณแม่นรี ตันบุญเอก
“คำสั่งสอนของพ่อ : พ่อไม่ค่อยสอนสั่งอะไรตรงๆ พ่อมักจะทำให้ดู เล่าเรื่องราวต่างๆ ใฟ้ฟัง แล้วเราต้องไปเลือกเรียนรู้ในแบบที่เราเข้าใจกันเอง มีคำสอนแบบตรงๆที่ติดในหัวตลอดมาอยู่ 2 เรื่อง คือ “สมอง…ยิ่งใช้ยิ่งพัฒนา” กับ “มองเหตุการณ์…ต้องเห็นงาน”
พ่อเป็นคนทำงาน : ชีวิตของพ่อคือการทำงาน ความสุขของพ่อคือการได้ทำงาน ช่วงที่พ่อเหี่ยวเฉาที่สุดคือตอนเกษียณใหม่ๆ แล้วพยายามหางานอดิเรกต่าง ๆ ทำ แต่เราก็พบว่างานอดิเรกที่พ่อชอบทำที่สุดคือการทำงานนั่นเอง
ความเดือดเนื้อร้อนใจของพ่อ : ไม่เคยเห็นพ่อเดือดเนื้อร้อนใจกับการไม่ได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สิ่งทีทำให้พ่อเดือเนื้อร้อนใจ คือ เวลาญาติพี่น้องมีปัญหา เวลางานมีปัญหา เวลาเงินเดือนลูกน้องตกเบิก เวลางบประมาณจะถูกตัด/ไม่พอทำงานให้เสร็จสิ้น
พ่อจะอยู่ในใจเสมอ : ต้องอธิบายอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ให้พ่อฟังว่า พ่อยังอยู่กับผมตลอดไป เพราะดีเอ็นเอของพ่อยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวผมตลอดเวลา ตราบลมหายใจ ”
นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก บุตรชายคนโตของพ่อ
“พ่อครับ ป้องสัญญาครับว่าป้องจะ ดูแลแม่ ดูแลครอบครัว และดูแลงานต่างๆที่พ่อได้ให้ไว้ ป้องจะไม่ลืมคำสอนของพ่อทุกคำ ไม่ลืมคำพูดของพ่อที่เคยว่ากล่าวตักเตือน ไม่ลืมคุณงามความดีของคุณพ่อ พ่อสอนป้องให้เป็นคนดี พ่อสอนป้องให้คอยช่วยเหลือคนอื่น พ่อสอนป้องว่าเป็นผู้ชายต้องเข้มแข็งต้องดูแลคนอื่น พ่อสอนป้องว่าครอบครัวนั้นสำคัญที่สุด พ่อสอนป้องว่าคนที่ตื่นก่อนย่อมได้เปรียบเสมอ พ่อสอนป้องว่าต้องให้เกียรติผู้หญิง พ่อสอนป้องว่าต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่คนรุ่นหลัง พ่อสอนป้องว่าสุขภาพของทุกๆคนนั้นสำคัญกว่าเงินหากมีใครไม่สบายให้พาไปหาหมอทันทีอย่ารอ พ่อสอนป้องว่าอย่าใช้คำว่า“เดี๋ยวก่อน” … พ่อสอนเรื่องต่างๆให้ป้องมากมาย สร้างป้องให้เป็นคนที่ดีจนทุกวันนี้ คำสอนของพ่อนั้นจะไม่หายไปไหน ป้องจะส่งต่อคำสอนเหล่านี้ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อๆไปครับ แม้พ่อจะไม่ได้สอนเขาด้วยตัวเองแต่คำสอนของพ่อที่พ่อให้ไว้นั้นจะอยู่กับพวกเราตลอดไป… พ่อครับพ่อไม่ต้องห่วงนะครับสิ่งต่างๆที่พ่อเคยคุยไว้เคยตั้งใจว่าจะทำไว้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอยากเปลี่ยนเกษตรกรรมของไทยเป็น “เกษตรอุตสาหกรรม” เรื่องอยากพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆขึ้นไปอีกขั้น เรื่องอยากทำสิ่งต่างๆให้แม่ อยากรวมครอบครัวและวงศตระกูลให้รักกันและเข้มแข็ง และเรื่องอื่นๆที่เคยคุยกันทั้งหมด พ่อครับป้องรู้ว่าบ่าของพ่อนั้นกว้างใหญ่มากแค่ไหน พ่อได้โอบอุ้ม และแบกรับสิ่งต่างๆไว้มากมาย พ่อครับต่อไปนี้ขอให้พ่อวางใจ พ่อสามารถยกสิ่งต่างๆนั้นออกมา และวางไว้บนบ่าของป้องแทนได้แล้วครับ ป้องลูกชายคนเล็กของพ่อคนนี้ ขอสัญญาว่าจะสานต่อสิ่งต่างๆทั้งหมดนั่นแทนพ่อเองครับ ดังนั้นพ่อครับพ่อไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะครับ ป้อง ขอให้พ่อหลับให้สบายนะครับ ป้องภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อครับ พ่อเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจป้องครับ และ พ่อจะอยู่ในใจป้องตลอดไปครับ รักพ่อนะครับ แด่คุณพ่อที่รักยิ่งกว่าสิ่งใด จาก ป้องลูกคนเล็กของพ่อ…”
นายนเรศ ตันบุญเอก บุตรชายคนเล็กของพ่อ