ฟื้นดินให้มีชีวิต พัฒนาสวนทุเรียนด้วยพืชร่วมร่มตามแนวทาง PRM
อาจารย์ตรี PRM ถ่ายทอดประสบการณ์เมื่อกว่ายี่สิบปีก่อนว่า เคยได้ยินเกษตรกรผู้ปลูกผักในอำเภอดำเนินสะดวก บางแพ และโพธาราม มองว่าไส้เดือนทำให้ดินเหนียวและไม่เหมาะกับการเพาะปลูก จนมีการใช้สารเคมีกำจัดไส้เดือนในบางพื้นที่ ความเข้าใจดังกล่าวสะท้อนถึงข้อจำกัดของความรู้เรื่องระบบนิเวศในดินในช่วงเวลานั้น ในแนวทาง PRM อาจารย์ตรีให้ความสำคัญกับไส้เดือนในฐานะส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นฟูดิน ทั้งการช่วยคลุกเคล้าดิน ย่อยสลายเศษซากพืช และสนับสนุนการหมุนเวียนธาตุอาหารร่วมกับจุลินทรีย์ เปรียบเสมือนฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนให้ “ดินมีชีวิต” แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับการติดตามงานที่ สวนมุจลินท์และสวนลุงไก่ ซึ่งอาจารย์ตรีได้พาทีมงานสังเกตการเจริญเติบโตของทุเรียนในบริเวณที่ปลูกเป็นแถวเชิงเดี่ยว เปรียบเทียบกับบริเวณที่มีพืชชนิดอื่นร่วมอยู่ด้วย โดยเฉพาะแปลงสาธิตสวนมุจลินท์และพื้นที่หลังโรงสีของสวนลุงไก่ จากข้อสังเกตในพื้นที่ อาจารย์ตรีเสนอให้พัฒนาสวนทุเรียนด้วยการจัดระบบ “พืชร่วมร่ม” โดยเลือกพืชที่เกื้อหนุนกับทุเรียนและจัดวางให้เหมาะสมกับสภาพสวน เพื่อเป็นแปลงสาธิตสำหรับติดตามผลและเรียนรู้ร่วมกันต่อไป ที่แปลงสาธิตสวนมุจลินท์ ได้เริ่มเพิ่มกล้วย โกโก้ และกาแฟ พร้อมเตรียมจัดหาพืชชนิดอื่นเพิ่มเติม เป้าหมายคือสร้างสวนที่พืชแต่ละชนิดช่วยส่งเสริมกัน และเปิดโอกาสให้เกษตรกรมีผลผลิตหลายช่วงเวลา ลดการพึ่งพารายได้จากพืชหลักเพียงฤดูกาลเดียว พืชที่อาจารย์ตรีเสนอให้พิจารณาปลูกเสริม ได้แก่ โกโก้ กาแฟ กล้วย พริกไทย กระชาย ไพล ขมิ้นชัน ทองหลาง ส้มจี๊ด ส้มโชกุน ส้มเขียวหวาน ลองกอง และมังคุด โดยการเลือกชนิดและตำแหน่งปลูกต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับพื้นที่ แสง น้ำ และการจัดการพืชหลักของแต่ละสวน สำหรับ […]
